| ค่าแรงปัจจุบัน ปี’54 | ค่าแรงประมาณการ ปี’55 | จังหวัด |
| 221 | 300* | ภูเก็ต |
| 215 | 300* | กรุงเทพมหานคร,สมุทรสาคร,ปทุมธานี,นครปฐม,นนทบุรี, สมุทรปราการ |
| 196 | 274 | ชลบุรี |
| 193 | 270 | ฉะเชิงเทรา,สระบุรี |
| 190 | 266 | พระนครศรีอยุธยา |
| 189 | 265 | ระยอง |
| 186 | 260 | พังงา |
| 185 | 259 | ระนอง |
| 184 | 258 | กระบี |
| 183 | 256 | ปราจีนบุรี,นครราชสีมา |
| 182 | 255 | ลพบุรี |
| 181 | 253 | กาญจนบุรี |
| 180 | 252 | ราชบุรี,เชียงใหม่ |
| 179 | 251 | จันทบุรี,เพชรบุรี |
| 176 | 246 | สงขลา,สิงห์บุรี |
| 175 | 245 | ตรัง |
| 174 | 244 | นครศรีธรรมราช,อ่างทอง |
| 173 | 242 | สตูล,พัทลุง,ชุมพร,สระแก้ว,เลย |
| 172 | 241 | สุราษฎร์ธานี,ยะลา,สมุทรสงคราม,ประจวบคีรีขันธ์ |
| 171 | 239 | อุดรธานี,อุบลราชธานี,นราธิวาส |
| 170 | 238 | ปัตตานี,นครนายก |
| 169 | 237 | หนองคาย,ลำพูน,ตราด,บึงกาฬ |
| 168 | 235 | กำแพงเพชร,อุทัยธานี |
| 167 | 234 | ขอนแก่น,กาฬสินธุ์,สุพรรณบุรี,ชัยนาท |
| 166 | 232 | สกลนคร,ยโสธร,ร้อยเอ็ด,บุรีรัมย์,เชียงราย,เพชรบูรณ์,นครสวรรค์ |
| 165 | 231 | สุโขทัย,มุกดาหาร,หนองบัวลำภู,ลำปาง,ชัยภูมิ |
| 164 | 230 | นครพนม |
| 163 | 228 | พิจิตร,แพร่,อุตรดิตถ์,แม่ฮ่องสอน,พิษณุโลก,มหาสารคาม,อำนาจเจริญ |
| 162 | 227 | สุรินทร์,ตาก |
| 161 | 225 | น่าน |
| 160 | 224 | ศรีสะเกษ |
| 159 | 223 | พะเยา |
*หมายเหตุ จากตารางนี้ ผมปรับตัวเลข 7 จังหวัดนำร่องที่เกินจาก 300 บาท ให้เป็น 300 บาทเท่ากันหมด
จากรายงานข่าวในที่ประชุมคณะกรรมการไตรภาคีเรื่องค่าแรงขั้นต่ำ 300 บาท เมื่อวันที่ 15 ก.ย.2554 ที่ผ่านมา รายละเอียด
ตามลิงค์ของสำนักข่าวไทย http://www.mcot.net/cfcustom/cache_page/268014.html ที่ได้ข้อสรุปคร่าว ๆ ว่า
แนวทางในการใช้นโยบายค่าแรงขั้นต่ำ 300 บาท ทั่วประเทศนั้น อาจจะมีการใช้วิธีปรับขึ้น 2 ขยัก ระยะแรก ปรับขึ้นจากเดิม
40 % ทั่วประเทศ ตอนปีใหม่ 2555 ระยะสอง ทยอยปรับในจังหวัดที่ยังไม่ถึง 300 บาท ให้เป็น 300 บาท ภายในปี 2556
หรือประมาณ 1 ปีนับตั้งแต่ 1 มกราคม 2555 ซึ่งสมมติว่าถ้าหากเอาตามนี้จริง ๆ ก็จะมีข้อเสนอตามมาว่าจะไม่มีการปรับค่าแรง
อีกเลย 3 ปี เพื่อเป็นการตรึงราคาค่าแรงขั้นต่ำไว้เป็น fix rate ก็เอาเป็นว่าถึงเวลาเปิดเสรีอาเซียนหรือ AEC ในปี 2558 เมื่อไหร่
ค่อยว่ากันใหม่
จากข่าวคราวความคืบหน้าที่ออกมา เรื่องค่าจ้างขั้นต่ำ ผมก็เลยมานั่งคิดต่อว่าถ้าเกิดได้ข้อสรุปตามนี้จริง ๆ ค่าจ้างขั้นต่ำทั่วประเทศ
ในปีหน้า 2555 จะมีหน้าตาออกมาประมาณไหน จึงเป็นที่มาของตารางค่าแรงขั้นต่ำอย่างไม่เป็นทางการที่ผมประมาณการขึ้นมาเอง
โดยคิดจากฐานเดิมของแต่ละจังหวัดเพิ่มเข้าไปอีก 40% แถมรวมจังหวัดใหม่เข้าไปด้วยให้ครบทั้ง 77 จังหวัด ตัวเลข 40 % ที่เค้า
พูดถึงกันอยู่นี้ก็สันนิษฐานว่ามาจาก ส่วนต่างของ 215 บาทกับ 300 บาท ที่ต่างกันอยู่ 39.5% นั่นเองครับ ข้อมูลในตารางที่นำเสนอ
มานี้ อย่าเพิ่งเชื่อว่าจะเป็นไปตามนี้จริง ๆ เพราะเป็นเพียงแค่การคาดการณ์จากข่าวที่ออกมาเท่านั้น ผลสรุปที่ชัดเจนและเป็นความจริง
ก็ต้องรอดูกันต่อไปว่าตกลงเค้าจะเอายังไงกันแน่ ต้องคอยติดตามต่อไปครับ
แล้วปวชละบ้าป่าวได้น้อยกว่าขั้ยต่ำ
ถ้าถึงเวลาที่เขาปรับขึ้นมาจริง ๆ ปวช.ได้มากกว่าขั้นต่ำอยู่แล้วล่ะครับ
เพราะจัดเป็นแรงงานมีทักษะ ถ้าบริษัทไหนจ่ายปวช.ให้น้อยกว่าขั้นต่ำ
พนักงานไม่ทนอยู่หรอกครับ ย้ายหนีกันหมดแน่
ไม่ค่อยมีความรู้เรื่องกฎหมายเท่าไหร่ค่ะ
แต่ที่เข้าใจคือขั้นต่ำก็ หมายถึง คนที่ค่าแรงยังไม่ถึง 300 หรือ
ตามที่รัฐบาลกำหนดขึ้นมาให้ในแต่ละเขตพื้นที่เช่นระยอง 264 บาท
ถ้าเช่นนั้นคนที่ทำงานมานานแล้วค่าแรงเกินกว่านี้ไปแล้วก็ไม่ได้เลยหรอค่ะหรือได้ทุกคน
ท่านใดที่เข้าใจในเรื่องนี้ก็ช่วยชี้แจงข้อสงสัยตรงนี้ให้ด้วยค่ะ
ขอบคุณมากค่ะ
การปรับขึ้นค่าแรงสำหรับคนงานที่มีทักษะประสบการณ์เกินขั้นต่ำ แต่ละที่ก็จะปรับขึ้นให้เพื่อเป็นขวัญกำลังใจและรักษาแรงงานให้คงอยู่ แต่ก็จะปรับให้ในวิธีการที่หลากหลายต่างกัน เช่น ปรับขึ้นเท่ากันทุกคน คนละ x บาท หรือ ปรับเป็นขั้นบันได เพื่อเขยิบหนีขั้นต่ำ แล้วแต่นโยบายของแต่ละบริษัท เพราะการขึ้นค่าแรงขั้นต่ำมันเป็นการปรับฐานจึงผลกระทบต่อคนอื่น ๆ ด้วย เปรียบเหมือนการถมที่ให้สูงหนีน้ำท่วม เมื่อยกพื้นให้สูงขึ้นก็ต้องยกส่วนอื่น ๆ ในบ้านให้สูงตามขึ้นด้วย
มันหน้าน้อยใจนะ ถ้าหากขึ้นค่าแรงสำหรับพนักงานที่ค่าแรงน้อยเพียงแค่ก้าวเข้าทำงานวันแรกก็ได้รับค่าแรงขั้นต่ำไปแล้ว และสำหรับพนักงานที่ทำงานมานานหลายปี มีสิทธิ์ที่จะขึ้นหนีค่าแรงขั้นต่ำใหม่ไหม หรือต้องทนรับสภาพต่อไป
เป็นเคราะห์กรรมของคนไทยที่ต้องทนรับสภาพตามนโยบายหาเสียงประชานิยม แต่ถ้ากิจการไหนที่มีการบริหารค่าตอบแทนที่ดีพอ จะต้องคิดถึงพนักงานที่ได้รับผลกระทบจากการขึ้นค่าแรงด้วย ถ้าไม่คิดหน้าคิดหลังให้ดี คนทำงานย้ายหนีแน่นอน
คนไทยก็งี้เเหละ ขี้อิจชา เข้าไม่ได้ไปเอาเงินญาติคุนมาจ่ายให้คนไทย เค้าเอาเงินต่างชาติมาจ่ายให้คนไทย คุนจะคิดว่าทำงานนานกว่าต้องได้มากกว่า ทามจิงๆๆว่าเเล้วทำงานเหมือนกันไหม คิดได้เเค่นี้ เจริญประเทศไทย ท้าเอาเงินญาติคุนมาจ่าย ก็จะไม่ว่าอะไรเเต่นี้ เพื่อคนไทยทุกๆๆคน หรือ ว่ากลัวคนอื่นจะได้ดีสู้ตุนได้
แต่คนทำงานมานานกว่าก็ต้องมีความคิด มีประสบการณ์มากกว่า คนที่เพิ่งจบเพิ่งเร่ิมทำงานต้องมานั่งสอนงานใหม่ทั้งหมด คนเก่าที่ทำมานานมีความรู้สามารถแก้ไขปัญหาได้ ไม่ต้องมาสอนกันทุกเรื่องถ้าคุณเป็นเจ้าของบริษัทฯคุณจะเลือกใคร ถ้าเงินเดือนเท่ากัน หรือจะโง่เลือกคนทำงานไม่เป็น แล้วทีนี้ไม่คิดจะให้ค่าประสบการณ์เขาบ้างหรือ
เมื่อไรจะขึ้นเงินเดือนให้กับพนักงาน
ว่าจะขึ้แต่ก็ไม่ขึ้นให้
ประเทศไทยอาจขาดพนักงาน
เรื่องเงินเดือนปริญญาตรีหมื่นห้าของข้าราชการถึงแม้ว่าจะดึงเกมกันอยู่แต่ก็ออกมายืนยันว่าขึ้นให้แน่นอน
แล้วผู้ประกอบการจะอยู่ได้อย่างไร มัวแต่นึกถึงระดับรากหญ้า พอถึงเวลานั้นขึ้นมาจริงๆ คอยดูเถอะ พวกเอสเอมอีได้ปิดกิจการกันเป็นแถวๆ แล้วพวกคุณก็จะตกงานกัน แน่นอน..
เป็นมุขตลกร้ายที่ขำไม่ออก เป็นข่าวดีที่มาพร้อมข่าวร้าย
ข่าวดี – ลูกจ้างจะได้ปรับขึ้นค่าจ้างตามนโยบายประชานิยมที่หาเสียงไว้ (เฮ…!)
ข่าวร้าย – นายจ้างไม่มีปัญญาจ่ายให้ทุกคน ฉะนั้นคนที่เป็นส่วนเกินจะถูกให้ออก (โห่…!)
มุมมองที่แฝงอคติ ไม่ควรมาให้ข้อคิดเห็นนะครับ มันจะดิสเครดิตตัวเอง Badeyeview มากกว่ามั๊ง
_______________________________________________________________________________
(ขออนุญาตตอบกลับ มุมมองแบบbadๆ ของคุณ sererat@hotmail.com
ผมยินดีมากที่ผู้อ่านในบล็อกไม่เห็นด้วย หรือไม่เชื่อในเนื้อหาในบล็อกนี้ทั้งหมด และมีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น
ที่แตกต่างกันได้อย่างเสรีสำหรับการนำเสนอความคิดเห็นเสียดสีหรือพาดพิงการเมืองอาจจะเป็นเรื่องที่ sensitive
ซึ่งต่อไปผมควรจะระวังและพยายามไม่ชี้นำ โดยส่วนตัวแล้ว เรื่องการขึ้นค่าแรงขั้นต่ำนั้นผมเห็นด้วยในหลักการ แต่
ไม่เห็นด้วยในการนำมาปฏิบัติซึ่งถูกเอามาใช้เป็นเครื่องมือทางการเมืองซึ่งมีผลกระทบอย่างมากทั้งระบบ
โดย goodeyeview)
เอ้า….แสดงว่าคุณเป็นเจ้าของ อะไรนะ เอส เอม อี เหรอ ถึงรู้ว่าอยู่ไม่ได้เลยออกตัวก่อน แต่ที่ผมเห็นนะ โรงงานครอบครัวที่ทำตามตึกต่างๆ เขาอยู่กันอย่างพี่อย่างน้องนะมีอะไรก็คุยกัน ค่าแรงอาจไม่ได้เต็มก็ได้แต่อยู่ด้วยความสบายใจไม่รู้สึกถูกกดขี่อย่างนี้มีเยอะ พึ่งกันไปพึ่งกันมาอยู่ได้ครับ เดี๋ยวลูกจ้างเร่งงานให้เสร็จ นายจ้างก็เอาเบียร์ให้ลังหนึ่งไปกินกัน หรือมีของฝากติดไม้ติดมือมาฝากบ้างเคารพกันไปเคารพกันมา เขาไม่ปิดง่ายๆหรอก ที่พูดก็พูดกันไป ทุกวันเขาทำโอทีก็จ่ายมากกว่าสามร้อยแล้วครับ หากเพิ่มค่าแรง แล้วเพิ่มกำลังพลเข้าไปไม่ต้องทำโอที ลูกจ้างก็มีเวลากับครอบครัว มีเวลาไปเรียนช่างฝีมือ ซ่อมจักรยานยนต์บ้าง ทำขนม ตัดผมอะไรทำนองนี้ บ้างสังคมก็น่าสุขขึ้นนะ เพราะว่าท้องมันอิ่มนะพี่นะ ขออภัยที่แสดงความคิด ในความเห็นต่างนะครับไม่ว่ากันนาหากทระทบจิตใจก็ขอโทษขออภัยเป็นอย่างยิ่ง แต่นี่เรื่องจริงตามที่ผมเห็นมากับตานะพี่นะ
ขอบคุณมาก ๆ เลย ที่ช่วยกันแชร์ความคิดเห็น ทำให้ได้ฟังมุุมมองที่หลากหลายทั้งนายจ้างลูกจ้าง
ทำให้เราได้เห็นว่าผู้ประกอบการก็เดือดร้อน พนักงานก็เดือดร้อน ทั้งคนงานรายวันและพนักงานกินเงินเดือน
เห็นหรือยังครับว่า การใช้นโยบายหาเสียงลักษณะนี้สร้างความแตกแยกทางความคิดได้มากน้อยแค่ไหน
300 บาทต่อวันช่ายเป่าคะ
ใช่ครับ ค่าแรงขั้นต่ำ 300 บาทต่อวัน
คนที่กินรายเดือนแต่คิดแล้วต่ำกว่าขั่นต่ำรัฐจะดูแลยังไงคะที่ลำพูน
เป็นหน้าที่ของนายจ้างว่าจะสามารถปรับโครงสร้างเงินเดือนเพื่อรับผลกระทบตรงนี้ได้หรือไม่ แต่บอกได้เลยว่ามีผู้ประกอบการหลายรายที่จะไม่สามารถแบกรับต้นทุนค่าแรงที่เพิ่มขึ้นตรงนี้ได้ ภาครัฐอาจจะยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือในเรื่องของการพัฒนาฝีมือแรงงาน และการฝึกอาชีพช่วยเหลือผู้ว่างงาน กรณีที่ลูกจ้างอาจจะถูกเลิกจ้าง
อย่าโวยเลย สามร้อยบาทน้อยไป ยาดองแบน ห้าสิบแล้วพี่ ส้มตำ ยี่ห้าแล้วพี่ ก๋วยเตี๋ยว สามสิบบาท แถมได้นิดเดียว ต้องห่อข้ามเหนียวติดมือไปด้วยหรือซื้อกับข้าวมาจิ้มกว่าจะอิ่ม แถมทำงานก็เหนื่อย นั่งหน่อยหาว่าอู้ ปิดได้ก็ปิดไปเถอะไม่ไหว ก็ไม่ไหว ค่าน้ำค่าไฟก็ถูกเจ้าของห้องแถวบวกแล้วบวกอีก และยังชอบกล่าวหาว่าพวกผมจะเอาเงินอะไรนักหนา เห็นกินแต่เหล้า โอยคนเครียด ไม่ใช่เหล้าชั้นดีที่ใหน เหล้าขาว ยาดอง เชียงชุน ช่วยกันออกคน ยี่สิบสามสิบ แล้วแต่ โอ มาก ก็พอได้คายเครียด บ้างเงินเหลือพอให้ลูกให้เมีย พอยาไส้ วันใหนหากทางบ้านนอกขอมา อาจหยิบยืมกันบ้างเพื่อส่งให้พ่อแม่ทางโน้น คนจนทำงัยได้ไม่อยากรวยหรอก ขอพออยู่ได้ นี่แทบจะยืนไม่ใหวแล้วละ นายจ๋า
สามร้อยบาทต่อวันอาจจะไม่เพียงพอต่อการใช้ชีวิตให้มีคุณภาพที่ดี แต่บ้านเรายังขาดระบบในการกำหนดราคาที่เป็นมาตรฐานสำหรับฝีมือแรงงาน ทำให้ปัญหาเรื่องค่าแรงจึงกลายเป็นข้อพิพาทในการเจรจาต่อรองมาโดยตลอด โจทย์ที่ควรจะแก้ให้แตกก็คือ ทำยังไงเราจะได้ไม่ต้องมาต่อราคาคนทำงานเหมือนผักปลา แต่สามารถให้คุณค่าของคนได้อย่างเป็นธรรม นายจ้างก็คุ้มค่าในการจ่าย ลูกจ้างก็มีค่าตัวที่สมกับความสามารถ
ตราบใดที่ไม่มีราคากลางตามมาตรฐานฝีมืออย่างเป็นรูปธรรม ปัญหาค่าจ้างก็จะยังคงอยู่คู่เมืองไทยต่อไป
ค่าแรงใหม่จร้า
ของอย่างนี้ต้องดูยาวๆครับ ว่าเงินของพวกต่างชาติเขาจะมาลงให้นานแค่ไหน เดี๋ยวโรงงานต่างชาติในประเทศพม่า เวียดนามเสร็จ ก็รู้ครับ ว่าเขาจะย้ายฐานไหม ค่าแรงเขาถูกกว่าเราเยอะครับ
อยู่ที่ชลบุรีค่ะ ทางบริษัทประกาศขึ่้นเงินเดือนขั้นต่ำ ม.6 จาก5500 บาท เป็น 6000 บาท เพิ่มค่าครองชีพเป็น 2200 บาท เท่ากับ 6000+2200 ทางบริษัทสามารถทำได้มั้ยคะ ฐานเงินเดือนเราก็แค่ 6000 บาทเอง เวลาคิดจ่ายโบนัสก็คิดจากฐานเงินเดือน 6000 บาทไม่ถึงค่าแรงขั้นต่ำใหม่ ด้วยซ้ำไป
ค่าครองชีพไม่สามารถนับรวมเป็นค่าแรงได้ครับ เพราะค่าแรงคือค่าจ้างหรือผลตอบแทนให้กับการทำงาน
ส่วนค่าครองชีพนั้นถือเป็นเงินช่วยเหลือหรือผลประโยชน์อื่นที่นอกเหนือจากค่าจ้างสำหรับการทำงานโดยตรง
สรุปแล้ว จะขึ้นหรือเปล่าก็แค่นั้นแหละ …. รออยู่นะค่ะ
ขึ้นแน่นอนครับ เมษานี้ได้เฮรับสงกรานต์แน่นอน แต่จะฝนตกทั่วฟ้าหรือเปล่า แล้วแต่บริษัทใครบริษัทมันครับ
พอจะมีสูตรคำนวณสำหรับการปรับค่าจ้างแบบขั้นบันไดเขตชลบุรีมั๊ยคะ..เพราะถ้าปรับแต่เงินเดือนขั้นต่ำ เงินเดือนคนใหม่ก้ทันคนเก่าพอดี..เฮ้อหมดกำลังใจทำงานชะมัด.. เงินยังไม่ขึ้น ค่าครองชีพวิ่งไปล่วงหน้าซะแล้ว
ส่งอีเมล์ไปให้แล้วกันนะครับ ลองเลือกใช้ดูครับ
อยากได้สูตรคำนวนบ้างค่ะ เป็นHR ทำใจลำบากจัง เห็นใจลูกจ้าง อยากจะปรับให้เท่ากันทุกคน ก็ดูเหมือนนายจ้างจ่ายไม่ไหว คนเก่าทำมานานค่าแรงน้อย ปรับให้น้อยกว่าคนใหม่ ก็สะเทือนใจ เสนอปรับเท่ากันทุกคน ตามผลต่างค่าแรงขั้นต่ำ ค่าใช้จ่ายก็มากโข เจ้านายก็ไม่ยอมอนุมัติ ยังหาจุดลงตัวไม่ได้เลย SOS ช่วยด่วนก่อนลูกจ้างจะออกไปหมดนะคร้าาาาาาา
ระหว่าง ได้เงินน้อยแต่ไม่ตกงาน กับ ได้มากแต่จะมีบางคนตกงาน ลองถามดูว่าพนักงานจะเลือกเอาแบบไหน
หลายคนที่ตอบกระทู้ เหมือนจะเป็นคนช่างสงสัย(ดูดี) มีข้อสงสัยเยอะแยะ และมีข้อกังวลต่างๆผมแนะนำให้ลองสืบค้นข้อมูลการศึกษาต่างๆ ที่มีให้อ่านมากมาย รวมทั้งหลักเกณฑ์ข้อกำหนดทางกฎหมายและมีทั้งผู้เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย มีผลที่คาดว่าจะดีและผลที่คาดว่าจะแย่ เท่าทีผมสรุปเองจากการอ่าน คือ 300 ยังไม่เพียงพอต่อคำว่าค่าแรงของประชากร(ยังคงเป็นค่าแรงของทาศ) ธุรกิจที่เน้นแรงงานคุณภาพต่ำกระทบมากสุด ประมาณ 2.8% ของต้นทุน ส่วนมากประมาณ 1.0 ผู้กระทบมากสุด(แต่ก็ยังน้อยมาก)เป็นกลุ่มขนาดกลางและย่อม ค่าจ้างขั้นต่ำครอบคลุมทุกกลุ่ม ทั้งรายชั่วโมงรายวันรายเดือนหรือชั่วคราว
1.เรื่องค่าแรงรายวันจะมากกว่ารายเดือน เป็นไปไม่ได้ ต่ำสุดคือเท่ากันในบางเดือน
2.นักลงทุนต่างชาติจะย้ายฐานการผลิด เรื่องนี้ไม่มีผล เพราะต้นทุนที่เพิ่มเป็นเพียงต้นทุนในจินตนาการปกติพนักงานผลิดชิ้นส่วนได้วันละ100 บางคร้ง ก็ผลิตได้101 นั่นก็ชดเชยค่าแรงที่ขึ้ได้แล้ว(เปรียบเทียบแบบง่ายๆ)การควบคุมและการฝึกฦีมือแรงงานต่างหากที่มีผลมากกว่า และยังได้ประโยชน์จากการลดภาษีอีกด้วย
3.เรื่องเด็กใหม่มาได้เกือบเท่ากับคนที่ทำมา 10 ปี นั่นคือศีลธรรมของบริษัทแต่ละที่ คุณเคยทนทุกกับค่าแรงต่ำๆมา 10 ปี น่าจะมีความสุขที่คุณยังได้เห็นการพัฒนาคุณภาพชีวิตก่อนที่จะหมดสภาพเพราะคนรุ่นต่อไปก็คือลูกหลานนั่นเอง แต่ถ้าคิดว่าอยากได้ค่าแรง 300 ก็ลาออก สมัครใหม่ ได้แนนอน อายุงาน เริ่มต้นเท่าคนอื่น อาจถูกมองว่าอายุเกินด้วยซ้ำแต่ถ้าเขาจ้าง ก็ได้ 300
4.การถูกเลิกจ้างมีแน่นอน เพราะพ่อค้าคือพ่อค้า ค่าแรงยังไม่ขึ้นก็ขึ้นราคาสินค้าไปก่อนแล้วนับประสาอะไรกับการจะอ้างเรื่องนี้เพื่อปลดพนักงาน วิธีที่เขาจะทำตามที่รับทราบมาคือ เอาคนที่ไม่มีคุณภาพออก(ถ้าคุณคือคนไม่มีคุณภาพก็คงโดน)แล้วจ้างคนใหม่หรือถึงมีคุณภาพแต่อยู่นานก็เอาออกเพื่อปรับฐานการจ้างให้เท่าเดิม คือมีแต่จะเอาเป็นหลัก ส่วนบริษัทที่มีชื่อเสียงมีมาตราฐาน ค่าจ้างขั้นต่ำเฉลี่ย มากกว่า 300 มานานหลายปีแล้ว (ที่บอกว่าเฉลี่ยเพราะแรกเข้าอาจจะได้น้อยกว่า 300 แต่มากกว่าขั้นต้นตามกฎหมายอย๋แล้ว)
5.นโยบายการหาเสียงข้อนี้เป็นนโยบายที่เข้าให้คุณค่าของมนุษย์ ไม่ใช่แค่ประชานิยม แต่เป็นประชานิยมบวกบวก เพราะไม่มีใครกล้าแตะต้องนายทุน ส่วนมากมีแต่กระตุ้นให้นายทุนมาทำทุนโดยเสนอแรงงานราคาถูก ไม่เคยเสนอว่าเรามีแรงงานคุณภาพ เพราะคุณภาพจะสร้างกำไรมากกว่าการจ้างถูกๆ และผมเห็นว่ามันไม่ใช่ความแตกแยกหรือขัดแย้ง แต่มันทำให้เราเข้าใจด้านมืดของสังคมมากขึ้น และเราก็พอมองเห็นคุณค่าของอินเตอร์เนตมากขึ้น ไม่ใช่แค่แสดงความเห็นแต่ต้อง แสวงหา กลั่นกรองข้อมูลด้วย เพราะมีหลายๆคนเข้ามาเยี่ยมชม…
ขอบคุณมากครับ ผมเห็นด้วยกับการขึ้นค่าแรง แต่ไม่เห็นด้วยในเชิงปฏิบัติครับ มันปลูกฝังให้แรงงานรอให้ฝ่ายการเมืองมาออกนโยบายขึ้นค่าจ้าง ไม่ได้สนับสนุนให้คนพัฒนาตนเองให้มีคุณค่าในงานเพิ่มขึ้นเพื่อรับค่าเหนื่อยที่สูงขึ้นโดยไม่ต้องรอภาคบังคับ ถ้าเขาเห็นว่ารอบนี้ขึ้นมา 40% ยังทำได้ ถ้ารอบหน้าได้ใจ อยากจะขึ้นมาอีก 30% ทำไม่จะทำไม่ได้ นายจ้างไม่ได้กลัวว่าจะจ่ายให้ลูกจ้างไม่ได้ แต่นายจ้างกลัวว่าจ่ายแล้วไม่คุ้มค่าต่างหาก เพราะจริงๆ แล้วต้นทุนโลจิสติกส์มีสัดส่วนสูงกว่า ต้นทุนแรงงานเสียอีก สิ่งที่ผู้ประกอบการเป็นห่วงคือ ฝีมือแรงงาน แรงงานที่ขาดแคลน และราคาพลังงานที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อราคาสินค้าและบริการ
จะพูดทำไมว่าทั่วประเทศ ในเมื่อมันไม่ได้ทั่วประเทศ ที่บุรีรัมย์ยังไม่ถึง 300 บาท เลย ไม่ต้องมาพูดว่าทั่วประเทศ 77 จังหวัดเลย ได้กี่จังหวัดก็ว่าไป พูดให้ดูดีไปงั้นใช่มะ
เขาพูดเพื่อให้ดูเหมือนว่านโยบายประชานิยมของเขาทำได้จริง แต่มันก็ไม่ได้ทันที ค่อย ๆ บังคับใช้ไปทีละส่วนจนในที่สุดก็ได้ทั่วประเทศในยุคสมัยของรัฐบาลนี้อยู่ดี
ค่าแรง 176 ไม่เห็นปรับขึ้นสักบาท อ.ระโนด
อยากทราบว่าลูกจ้างที่ได้เป็นเงินเดือน6;500 หยุดเดือนละ4วัน(อาทิตย์ละครั้ง) นายจ้างจ่ายประกันสังคมให้ครึ่งหนึ่ง=6500+250(ประกันสังคม)/26วัน=เฉลี่ยวันละ259บาท คิดแบบนี้ได้ไหมคะ อยู่เชียงใหม่ เป็นร้านขายกาแฟค่ะ
คิดว่าไม่น่าจะได้ เพราะเงินช่วยจ่ายประกันสังคมไม่ใช่ค่าจ้าง ไม่สามารถนำมาคิดรวมได้ (เงินประกันสังคมคิดจากค่าจ้าง)แต่ในกรณีนี้ เงิน 250 บาท ถือเป็นสวัสดิการที่นายจ้างจัดให้ แต่ไม่ใช่เงินตอบแทนการทำงานโดยตรงจึงไม่นับเป็นค่าจ้าง
อยากทราบว่า ถ้าคนที่มีเงินเดือนอยู่แล้ว แต่ถ้าหาร 30 วันออกมา จะไม่ถึงวันละ300 นี่จะได้ขึ้นไหมค่ะ
ขึ้นไม่ขึ้น อยู่ที่นายจ้างครับ กฎหมายไม่ได้บังคับ ค่าจ้างรายเดือน แต่โครงสร้างเงินเดือนถ้าไม่ปรับแล้วแข่งขันกับในตลาดไม่ได้ ก็มีความเสี่ยงจะสูญเสียบุคลากร
ถ้าเป็นงานรับเหมาก่อสร้างที่เซ็นสัญญาไปแล้ว ทางภาครัฐจะมีการปรับราคาค่าแรงงานเพิ่มเติมที่เสนอในรายละเอียดสัญญาหรือไม่ ถ้าไม่ปรับก็ยังไม่น่าบังคับสำหรับงานรับเหมาก่อสร้างที่เซ็นสัญญากับภาครัฐไปแล้วนะ ตัวอย่างเช่นตอนเซ็นสัญญาจ้างเซ็นรับค่าแรงงานมาวันละ 200 บาทแต่จู่ๆก็มีการบังคับให้จ่ายวันละ 265 บาท คืออะไรคับ แล้วส่วนต่างล่ะ
ถ้าเซ็นต์สัญญาหลังวันที่ 1 เมษายน 55 ถือว่า เงื่อนไขในสัญญานั้นไม่ชอบด้วยกฎหมาย อาจจะใช้อ้างอิงไม่ได้ แต่ถ้าเซ็นต์ไว้ก่อนที่ค่าแรงขั้นต่ำใหม่จะมีผลบังคับใช้ อาจจะต้องใช้วิธีเจรจาให้คู่สัญญาแก้เงื่อนไขในสัญญาใหม่เพิ่มเติม โดยที่ผู้ว่าจ้างซึ่งเป็นภาครัฐยินยอมที่จะจ่ายค่าส่วนต่างที่เพิ่มขึ้นมานี้ เพราะเงื่อนไขเดิมอ้างอิงตามข้อมูลพื้นฐานในขณะนั้น หรือถ้าเป็นโครงการระยะยาวอาจจะต้องเจรจาขอปรับค่าจ้างขึ้นเป็นระยะจนกระทั่ง จ่ายเป็นวันละ 265 – 300 บาทได้ในที่สุด แต่ถ้าจะให้ชัวร์ก็ต้องปรึกษาผู้รู้ทางกฎหมายอีกทีให้แน่ใจครับ
ผมทำงานอยู่ที่หน่วยราชการแห่งหนึ่ง ผมกินรายเดือนเพียงแต่ว่างบที่เขาจััดจ้างนั้น เป็นงบที่มาจากกรุงเทพ
ผมจะมีส่วนได้เงินวันละ300บาทรึป่าวคับ ตอนนี้ผมได้เดือนละ 5700 กินอยู่ในนั้นเลย 1เดือนผมทำงาน 22วันคับ ใครทราบข้อมูลช่วยตอบทีคับ จะได้หายสงสัย ขอบคุณคับ
ก็มีส่วนจะได้นะ ถ้าเขาจะปรับให้ ไม่ช้าก็เร็ว อยู่ที่ว่าสัญญาจ้างงานเขาบอกอะไรไว้บ้าง