เศรษฐกิจพอเพียงกับการบริหารองค์กรธุรกิจ

Posted: มีนาคม 25, 2013 in OD : Organization Designation
ป้ายกำกับ:,

การดำเนินธุรกิจมักจะคาดหวังถึงผลกำไรสูงสุดเป็นสำคัญเพราะเป็นตัวชี้วัดที่ชัดเจนสำหรับการดูผลประกอบการที่เกิดขึ้นจากการลงทุนดำเนินกิจการ ในขณะที่ตัวชี้วัดอื่นๆ เช่น สังคม สิ่งแวดล้อม หรือความยั่งยืน ยังเป็นประเด็นสำคัญระดับรอง ไม่ได้ให้ความสำคัญเท่ากับตัวเลขทางการเงิน ซึ่งเป็นสิ่งที่วัดผลได้ในระยะสั้น และเป็นข้อมูลเชิงปริมาณ ซึ่งวิเคราะห์และประเมินได้ง่ายกว่าตัวชี้วัดด้านอื่น ๆ ถึงแม้เทรนด์ของโลกกำลังหันมาให้ความสำคัญกับการพัฒนาที่ยั่งยืนก็ตาม

องค์ความรู้หรือโนว์ฮาวในด้านการบริหารจัดการธุรกิจของไทยส่วนใหญ่ก็ได้รับอิทธิพลมาจากต่างชาติ แต่แท้จริงแล้วแนวคิดการบริหารจัดการที่เป็นเลิศแบบของไทย ๆ ก็มีเหมือนกัน นั่นคือ หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว นั่นเอง เป็นแนวคิดทฤษฏีที่ได้รับการยอมรับในระดับโลก แต่องค์กรธุรกิจของไทยก็ยังอาจจะยังไม่ได้น้อมนำมาปฏิบัติให้เกิดขึ้นจริงในกิจการสักเท่าไหร่ หรือนำมาใช้บ้างอย่างไม่รู้ตัว นั่นเป็นเพราะผู้บริหารอาจจะติดกับดักตัวชี้วัดทางเศรษฐกิจที่เป็นตัวเลข เช่น ยอดขาย กำไร ต้นทุน อัตราการเติบโตของ GDP อัตราเงินเฟ้อ เป็นต้น และอาจจะติดที่คำว่า “พอเพียง” มันฟังดูไม่น่าจะเพียงพอกับการเร่งสร้างความเจริญเติบโตก้าวหน้าในสภาพแวดล้อมที่มีการแข่งขันสูงหรือเปล่า หรืออีกมุมหนึ่งก็อาจจะเป็นเพราะหลักเศรษฐกิจพอเพียงนั้นถูกมองว่าเป็นเรื่องของการเกษตรกรรมมากกว่าอุตสาหกรรม เอาไว้ใช้กับเกษตรกร มากกว่านักธุรกิจ ทั้ง ๆ ที่จริงแล้ว เรื่องเศรษฐกิจพอเพียงเป็นหลักคิดที่ตอบโจทย์เรื่องความยั่งยืนตามกระแสหลักที่ได้รับความนิยมของโลกในเวลานี้ได้อย่างดีทีเดียว และที่สำคัญเศรษฐกิจพอเพียงไม่ได้หมายความว่า มักน้อยตามอัตภาพ แต่หมายถึง มีความรอบคอบต่างหาก ดังนั้น ไม่ว่าองค์กรจะเติบโตเร็วหรือช้า ถ้าอยู่บนพื้นฐานของความรอบคอบก็ต้องถือว่ามีความเหมาะสม

ตัวอย่างการประยุกต์ใช้หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาเป็นแนวคิดในการบริหารจัดการองค์กร สามารถทำได้ดังนี้

  1. ความพอประมาณ – การบริหารงบประมาณ การลงทุน

    เช่น การขยายกิจการ จะต้องไม่เร่งขยายตัวจนเกินกำลัง เพราะถ้าหากเปิดสาขามากเกินไป พัฒนาคนไม่ทัน ควบคุมคุณภาพสินค้าและบริการไม่ทั่วถึง ก็ยิ่งจะกลายเป็นการส่งมอบสินค้าและบริการที่แย่ ๆ ให้แก่ลูกค้า ให้แบรนด์เสื่อมเสียมากขึ้นเท่านั้น

  2. ความมีเหตุผล – แผนธุรกิจ แผนการปฏิบัติการ

    เช่น การจัดทำ Strategy Plan , Action Plan เพื่อการบริหารผลการดำเนินงานของหน่วยธุรกิจ จะช่วยให้มีแนวทางในการทำงานที่สมเหตุสมผล รู้ว่าทำไปเพื่อบรรลุเป้าหมายอะไร ใครมีหน้าที่รับผิดชอบบ้าง ตอบโจทย์ธุรกิจอย่างไรบ้าง

  3. มีภูมิคุ้มกัน – แผนการบริหารความเสี่ยง การรักษาความต่อเนื่องในธุรกิจ

    เช่น การวางแผนฉุกเฉินเมื่อเกิดเหตุการณ์ไม่แน่นอนในธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็น ภัยพิบัติทางธรรมชาติ ผลกระทบจากปัจจัยสภาพแวดล้อมภายนอก กิจการจะมีแผนรับมืออย่างไรที่จะทำให้สามารถดำเนินการต่อไปได้โดยมีความเสียหายน้อยที่สุด

  4. เงื่อนไขความรู้ – การวิจัยและพัฒนา การบริหารจัดการความรู้

    เช่น การฝึกอบรมและพัฒนาบุคลากร การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ การแสวงหา know-how ที่เกี่ยวข้องมาประกอบการตัดสินใจทางธุรกิจ การต่อยอดไอเดียแนวคิด สินทรัพย์ทางปัญญามาเป็นสินค้าและบริการ รวมทั้งโมเดลธุรกิจใหม่

  5. เงื่อนไขคุณธรรม – ธรรมาภิบาล ความรับผิดชอบต่อสังคม จริยธรรมทางธุรกิจ

    เช่น มีการดำเนินธุรกิจภายใต้แนวคิด green business ใช้หลักการออกแบบผลิตภัณฑ์เพื่อสิ่งแวดล้อมที่เรียกว่า eco design ดำเนินกิจกรรมกระบวนการภายในภายใต้ไอเดีย green logistics หรือก่อตั้งกิจการเป็นแบบ social enterprise ก็ได้

เศรษฐกิจพอเพียง ไม่ได้แปลว่า เพียงพอแล้ว แค่นี้ก็ดีแล้ว แต่หมายถึง “พอดี” นั่นคือ มีความเหมาะสมกับตนเอง กำลังดี ไม่ขาด ไม่เกิน ไม่มากไป ไม่น้อยไป และที่สำคัญคือ ไม่โลภ เพราะถ้าหากดำเนินกิจการโดยปราศจากพื้นฐานของความรอบคอบแล้วก็ไม่ต่างอะไรจาก นักพนัน หรือนักเสี่ยงโชค นั่นเอง ดังนั้น จึงต้องยึดหลักการดำเนินธุรกิจภายใต้ เก่ง และ ดี (ความรู้+คุณธรรม)

About these ads

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s