แนวโน้มด้านทรัพยากรบุคคลทั่วโลกประจำปี 2016

Posted: กรกฎาคม 4, 2016 in HR : Human Revolution, OD : Organization Designation
ป้ายกำกับ:, ,

บทความเกี่ยวกับแนวโน้มทุนมนุษย์เรื่อง “ภาวะผู้นำปี 2016 เรียนรู้คนรุ่นใหม่-เชื่อมโยงเครือข่าย” จากหนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจมีเนื้อหารายละเอียดที่น่าติดตามดังนี้

บริษัทดีลอยท์ ทำการสำรวจแนวโน้มด้านทรัพยากรบุคคลทั่วโลกประจำปี 2016 (Deloitte”s Global Human Capital Trend 2016) ซึ่งครอบคลุมเรื่องกำลังคน ผู้นำในองค์กร และความท้าทายสำหรับฝ่ายทรัพยากรบุคคลขององค์กร โดยมีผู้เข้าร่วมสำรวจเป็นผู้บริหารระดับสูง และผู้บริหารด้านทรัพยากรบุคคลจากองค์กรทั่วโลก การสำรวจครั้งนี้ถือเป็นหนึ่งของการสำรวจเรื่องทรัพยากรบุคคลที่มีขนาดใหญ่ที่สุด

ซึ่งรายงานผลการสำรวจปีนี้มีชื่อว่า “The new organization: Different by design” สำหรับรายงานผลการสำรวจในระดับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เป็นส่วนหนึ่งของรายงานผลสำรวจทั่วโลก โดยมีผู้เข้าร่วมสำรวจกว่า 213 องค์กร จากประเทศต่าง ๆ ในภูมิภาคนี้ ได้แก่ ประเทศไทย, สิงคโปร์, มาเลเซีย และอินโดนีเซีย

ถึงแม้เรื่องผู้นำในองค์กรจะเป็นเรื่องที่ผู้ตอบแบบสำรวจให้ความสำคัญเป็นอันดับแรก แต่ที่น่าประหลาดใจก็คือผลสำรวจชี้ให้เห็นถึงช่องว่างระหว่างความสำคัญกับความสามารถในการจัดการกับเรื่องนี้กลับเพิ่มมากขึ้นโดยร้อยละ63ของกลุ่มผู้ถูกสำรวจกล่าวว่ายังไม่พร้อมที่จะรับมือกับเรื่องผู้นำภายในองค์กรของตนซึ่งเมื่อเปรียบเทียบกับผลของปีที่แล้วซึ่งอยู่ที่ร้อยละ 41 จะเห็นว่าความไม่พร้อมนี้เพิ่มขึ้นจากเดิมถึงร้อยละ 22

“นิกกี้ เวคฟีลด์” ผู้บริหารกลุ่มงานที่ปรึกษาด้านทรัพยากรบุคคลของบริษัท ดีลอยท์ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กล่าวว่าเรื่องผู้นำในองค์กรเป็นเรื่องท้าทายขององค์กรต่าง ๆ ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มาโดยตลอด การจะรับมือกับความท้าทายนี้ องค์กรจะต้องพลิกโฉมโปรแกรมการพัฒนาผู้นำ (Leadership Development Program) ต้องมีการวางแผน การพัฒนาผู้นำอย่างต่อเนื่อง โดยลงทุนเฟ้นหา และพัฒนา “ผู้นำ” ของตน ตั้งแต่ระยะเริ่มแรกของการทำงาน เพื่อปรับเปลี่ยนแนวคิด และทัศนคติเดิม ๆ ที่เน้นการบังคับบัญชาแบบลำดับขั้น เพื่อนำไปสู่การสร้างผู้นำที่มุ่งเน้นเรื่องการสร้างเครือข่ายของทีม ทั้งนี้ ผู้บริหารอาวุโสในองค์กรต้องรู้จักปรับตัว และใช้ประโยชน์จากคนรุ่นใหม่ที่มีศักยภาพในการเป็นผู้นำ

“ด้วยความก้าวหน้าของเทคโนโลยีดิจิทัล การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากรในตลาดแรงงาน และนวัตกรรมต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว จึงทำให้การพลิกโฉมโปรแกรมการพัฒนาผู้นำ การออกแบบโครงสร้างองค์กรใหม่ และการผลักดันวัฒนธรรมองค์กรที่มี พนักงานเป็นศูนย์กลาง ยิ่งมีความสำคัญสำหรับองค์กรมากขึ้นไปอีก เพื่อให้องค์กรยังคงรักษาความสามารถในการแข่งขันในตลาดเอาไว้ให้ได้”

นอกจากนั้น “นิกกี้ เวคฟีลด์” ยังกล่าวเพิ่มเติมว่า บริษัทระดับโลกหลายบริษัทกำลังปรับเปลี่ยนโครงสร้างองค์กร จากรูปแบบลำดับขั้น (Hierarchy) ตามสายงานไปสู่เครือข่ายของทีม (Networks of Teams) ที่ผสานความร่วมมือระหว่างแผนกต่าง ๆ ส่งเสริมให้เกิดการทำงานที่มีความคล่องตัว ประสานความร่วมมือ และมุ่งเน้นที่ความต้องการของผู้บริโภคเป็นหลัก

“บรรดาผู้บริหารระดับสูงขององค์กร และผู้บริหารด้านทรัพยากรบุคคลในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จะต้องตามให้ทันกับการเปลี่ยนผ่านจากโครงสร้างที่เป็นอยู่ไปสู่การทำงานที่เสริมสร้างการทำงานเป็นทีม และมีความยืดหยุ่นในการทำงาน ซึ่งหมายความว่าองค์กรจะต้องปรับเปลี่ยนองค์ประกอบด้านการบริหารทรัพยากรบุคคลครั้งใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการบริหารค่าตอบแทน การบริหาร ผลการปฏิบัติงาน รวมทั้งสมรรถนะที่กำหนดเพื่อใช้เป็นพื้นฐานในการพัฒนาบุคลากร ซึ่งมีแนวโน้มที่จะเป็นงานระดับเข็นครกขึ้นภูเขาของบริษัทส่วนใหญ่ในภูมิภาคนี้”

ถึงกระนั้น เมื่อมาดูผลสำรวจในประเทศไทย “เกสรา ศักดิ์มณีวงศา” หุ้นส่วนที่ปรึกษาธุรกิจและผู้บริหารกลุ่มงานที่ปรึกษาด้านทรัพยากรบุคคล บริษัท ดีลอยท์ ประเทศไทย มองว่าจากผลสำรวจผ่านมาเรื่องผู้นำในองค์กรเป็นเรื่องที่ผู้บริหารเป็นกังวล และให้ความสำคัญมาก ทั้งในระดับโลก และระดับภูมิภาค

สำหรับประเทศไทย ผู้บริหารที่เข้าร่วมการสำรวจทั้งหมด (ร้อยละ 100) ให้ความสำคัญกับเรื่องผู้นำใน องค์กรเป็นอันดับแรก ซึ่งมากกว่าผลสำรวจจากทั่วโลกที่ให้ความสำคัญเรื่องนี้อยู่ที่ร้อยละ 89 และระดับภูมิภาคเอเชียตะวันออก เฉียงใต้ที่ร้อยละ 97 อย่างไรก็ดี องค์กรในประเทศไทยมีเพียงร้อยละ 38 เท่านั้นที่ระบุว่ามีความพร้อมในการรับมือกับเรื่องนี้

“องค์กรในประเทศไทยมองว่าเรื่องผู้นำเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่งซึ่งชี้ให้เห็นว่าประเทศไทยมีความต้องการคนที่แข็งแกร่งมากพอที่จะสามารถนำพาคนทุกระดับในองค์กรได้องค์กรในปัจจุบันเริ่มตระหนักว่าควรจะต้องระบุผู้ที่มีศักยภาพที่จะเป็นผู้นำตั้งแต่ระยะต้นของการทำงานและเลื่อนตำแหน่งขึ้นไปสู่ตำแหน่งผู้นำโดยผ่านแผนการเฟ้นหาผู้สืบทอดที่เหมาะสม”

“ในเรื่องการปรับเปลี่ยนโครงสร้างองค์กรผู้บริหารระดับสูงในประเทศไทยตระหนักถึงความสำคัญดังเห็นได้จากตัวเลขของผู้ตอบแบบสำรวจของไทยที่อยู่ที่ร้อยละ93เมื่อเปรียบเทียบกับผลสำรวจของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งอยู่ที่ร้อยละ 91 และผลสำรวจจากทั่วโลกอยู่ที่ร้อยละ 92”

แต่กระนั้น เมื่อนำผลสำรวจมาพิจารณากลับพบว่าเพียงร้อยละ 43 ของผู้ตอบแบบสอบถามในประเทศไทยที่มีความพร้อมถึงพร้อมมากที่จะรับมือกับความท้าทายเรื่องนี้

เพราะประเทศไทยให้ความสำคัญกับแนวโน้มเรื่องโครงสร้างองค์กร แสดงให้เห็นว่าโครงสร้างการบริหารแบบ Top-Down ที่เป็นลำดับขั้นกำลังจะค่อย ๆ หายไป และจะถูกแทนที่โดยโครงสร้างแบบทีมงาน ที่มีความเชื่อมโยงกัน (Net-works of Teams) ซึ่งจะสามารถสร้างผลงานที่มีประสิทธิภาพ และประสิทธิผลที่ดีกว่า

ซึ่งเป็นเรื่องที่ทุกคนจะต้องเข้าใจด้วยเช่นกัน

ที่มา ประชาชาติธุรกิจ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s