ทำไมนายจ้างจึงให้ความสำคัญกับการวุฒิการศึกษาน้อยลง

Posted: พฤศจิกายน 9, 2016 in OD : Organization Designation
ป้ายกำกับ:, ,

โลกการทำงานกับโลกการศึกษาในระบบมีความแตกต่างกัน แต่มีความสัมพันธ์กัน องค์กรนายจ้างในฐานะผู้ใช้บัณฑิตมีความจำเป็นต้องสรรหาแรงงานมาทำงานในธุรกิจ ซึ่งอย่างน้อยต้องมีความพร้อมในระดับหนึ่ง เพื่อที่ให้นายจ้างสามารถพัฒนาต่อให้เป็นบุคลากรที่ดีที่เป็นกำลังสำคัญขององค์กรได้

sigcse2013-wordle

แต่นายจ้างก็เริ่มจะมีความคาดหวังกับบัณฑิตน้อยลง และเน้นไปที่การสรรหาบุคลากรที่มีประสบการณ์ทำงานมาก่อนเป็นลำดับแรก เนื่องจากมองว่า บัณฑิตยุคใหม่มีคุณภาพน้อยลง แถมยังมีอัตราการหมุนเวียนเปลี่ยนงานบ่อยตามธรรมชาติ ซึ่งทำให้ไม่สามารถตอบโจทย์นายจ้างได้ทันต่อความต้องการของธุรกิจ จึงทำให้บัณฑิตจบใหม่จะหางานได้ยากขึ้น

เหตุผลสำคัญที่ทำให้นายจ้างให้ความสำคัญกับระบบการศึกษาน้อยลง และไม่ค่อยให้ความเชื่อถือกับวุฒิการศึกษามากเท่ากับในอดีต อาจจะเป็นเพราะประเด็นดังต่อไปนี้

  • เรียนจบง่ายขึ้น ปริญญาเฟ้อ – เมื่อก่อนตอนเด็ก ๆ เราเคยได้ยินว่า สอบตก เรียนซ้ำชั้น แต่เดี๋ยวนี้ไม่มีแล้ว การเรียนให้สอบผ่านเป็นหน้าที่ของครูอาจารย์ ถ้านักเรียนสอบตกกันเยอะ ครูจะโดนเพ่งเล็ง และเกรดเฉลี่ยจะถูกนำไปใช้ในการคัดเลือกเข้าศึกษาต่อ จึงไม่แปลกถ้าครูจะปล่อยเกรด ตั้งแต่ระดับมัธยมถึงปริญญาโท ดังนั้น เกรดเฉลี่ยที่ได้ จึงไม่ได้สะท้อนถึงความสามารถในการเรียนรู้และนำไปใช้ได้อย่างแท้จริง ซึ่งเป็นทักษะที่นายจ้างให้สำคัญมากกว่าแค่คุณรู้อะไรมา
  • เรียนเพื่อสอบ ไม่ใช่เรียนเพื่อรู้ – ในโลกการทำงานต้องเจอข้อสอบ เจอโจทย์ที่ต้องแก้ทุกวัน แต่ในชีวิตการเรียนนั้น ทยอยศึกษาไปตามหลักสูตร เก็บองค์ความรู้ได้ครบบ้างไม่ครบบ้าง แล้วไปวัดผลการเรียนรู้กันทีเดียวที่ข้อสอบปลายภาค ซึ่งเป็นการวัดศักยภาพในการจดจำองค์ความรู้มากกว่า ประสิทธิภาพในการแสวงหาความรู้เพื่อมาประยุกต์ใช้ในการทำงานและแก้ไขปัญหา ซึ่งเป็นทักษะที่สำคัญในโลกการทำงาน
  • เน้นเนื้อหาวิชาการแต่ขาดทักษะการทำงานร่วมกับผู้อื่น – การเรียนในสถาบันการศึกษาเน้นไปที่ภาคทฤษฎี แต่ในโลกการทำงานใช้ภาคปฏิบัติมากกว่าทฤษฎี แต่นอกเหนือไปกว่านั้นคือ การใช้ชีวิตในสังคมที่ทำงานซึ่งควรเป็นวิชาที่ควรจะสอนกันเป็นพื้นฐานตั้งแต่ยังไม่เข้าสู่โลกการทำงาน เพราะชีวิตการทำงานนั้นมีทั้งเรื่องงานและเรื่องการปรับตัวให้เข้ากับสังคมวัฒนธรรมทางธุรกิจที่ต้องการความเป็นมืออาชีพ ที่สำคัญการทำงานมีโอกาสต้องทำงานเป็นทีมมากกว่าต้องทำตัวคนเดียวแบบสมัยเรียน
  • นายจ้างมีระบบการฝึกอบรมและพัฒนาบุคลากรที่ดีกว่าระบบการศึกษา – องค์กรชั้นนำจะไม่ง้อระบบการศึกษาเพราะเขารู้ดีว่าธุรกิจของเขาต้องการคนแบบไหน และมีวิธีการใดบ้างที่จะพัฒนาคนให้มีสมรรถนะตามที่เขาคาดหวัง แถมยังมีเครื่องมือวัดประเมินสมรรถนะได้อย่างน่าเชื่อถือมากกว่าการวัดผลทางการศึกษา เพราะเขามีโปรแกรมพัฒนาที่ออกแบบมาเป็นอย่างดี และมีบุคคลภายนอกที่เชี่ยวชาญด้านการเรียนรู้และพัฒนาในแต่ละหัวข้อมาช่วย ที่ตอบโจทย์เขาได้ดีกว่าอาจารย์ในสถาบันการศึกษา
  • ระบบการศึกษาปรับตัวไม่ทันกับโลกธุรกิจ – องค์ความรู้สมัยใหม่เกิดขึ้นทุกวัน แต่หลักสูตรไม่ได้เปลี่ยนกันบ่อย ๆ ดังนั้น เนื้อหาที่มีการเรียนการสอนในห้องเรียนอยู่ในขณะนี้ จึงเป็นการศึกษาตามสิ่งที่ได้รับการยอมรับและพิสูจน์แล้วว่าเชื่อถือได้ในอดีต ซึ่งอาจจะเป็นองค์ความรู้ที่ตกยุคหรือล้าสมัยทันที เมื่อจบการศึกษา เพราะอาจจะมีองค์ความรู้เกิดใหม่ที่มาลบล้างความรู้เก่า หรือไม่สอดคล้องกับสภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วก็เป็นได้
  • เกียรตินิยมไม่ได้การันตีคุณภาพการทำงาน – เมื่อก่อนเราอาจจะเคยได้ยินว่ามีการให้เงินเดือนตามสถาบันและเกรดเฉลี่ย โดยตั้งสมมติฐานว่าคนเรียนเก่งจะทำงานเก่ง จะถือว่าเป็นการจ่ายตามสมรรถนะก็ย่อมได้ แต่ก็มีไม่น้อยที่ความจริงปรากฏว่า เงินที่จ่ายให้มากขึ้นนั้นอาจจะกลายเป็นค่าโง่ที่องค์กรเสียเพิ่มโดยไม่จำเป็น และเป็นการปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรมต่อพนักงานคนอื่นอีกด้วย อันที่จริง คนที่เรียนได้เกียรตินิยมนั้นพอจะบอกได้ว่าเขาเป็นคนมีความรับผิดชอบต่อหน้าที่ ขยัน อุตสาหะ ตั้งใจเล่าเรียน มีวินัย จึงสามารถทำผลการเรียนได้ดีตามระบบที่ตัดสินกันที่คะแนนสอบ ตอบได้ตรงกับเฉลยของอาจารย์ แต่ถ้าธุรกิจของเรามีการแข่งขันสูง ลูกค้าและคู่แข่งเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอด เราก็อาจจะต้องใช้คนที่คิดต่าง สร้างความแปลกใหม่ แก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าเก่ง มีไหวพริบ ปฏิภาณ ปรับตัวเร็ว เอาตัวรอดในแต่ละสถานการณ์ได้ว่องไว ซึ่งคนลักษณะนี้อาจจะไม่ใช่คนที่เรียนเก่งในระบบการศึกษาก็เป็นได้

นี่จึงเป็นเหตุผลประกอบที่น่าจะบอกได้ว่า ทำไมนายจ้างถึงบ่นถึงคุณภาพบัณฑิตที่ถูกผลิตออกมาจากระบบการศึกษาที่มีประสิทธิภาพลดลงตามการจัดอันดับคุณภาพการศึกษาเทียบกับประเทศต่าง ๆ และไม่ค่อยให้ความสำคัญกับบุคลากรจบใหม่สักเท่าไหร่ นั่นจึงทำให้สงครามการแย่งชิงคนเก่งในอุตสาหกรรมมีการแข่งขันกันรุนแรงมากขึ้น

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s